5/17/2550

รอผลเอนท์ครั้งสุดท้ายกับ "ภูมิจิต"

รอผลเอนท์ครั้งสุดท้ายกับ "ภูมิจิต"


“ในกลางวันที่เต็มไปด้วยครึ้ม ฝน หนทางยาวไกลๆไปสู่จุดหมายหันหน้ามองดูผู้คนรอบกาย คงมีความมุ่งหมายไม่ต่างกัน”


นี่เป็นเนื้อเพลง “รอผล Ent’” ของวงดนตรีที่มีชื่อว่าภูมิจิตที่ถูกรวมไว้ใน CODE:INDY [Compilation] ที่ออกกับสังกัต Blacksheep ในช่วงปี 2548 ที่ได้สะท้องถึงอารมณ์ในห้วงของการรอคอยคำตอบของการตั้งใจศึกษาหาความรู้ มาตลอด 6 ปีในชีวิตมัธยม

การเอนทรานซ์หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่สมัยก่อนเป็นถึงการตัดสินชีวิต ชีวิตของคนว่า"จะดี จะเลว" กันไปเลย ขนาดมีคำพูดที่ว่า "เกิดเป็นคนต้องเอนท์ให้ติด เอนท์ไม่ติดก็ไม่ใช่คน" ทำให้กลายเป็นค่านิยมฝังใจคนไทยมาต่างๆ นานา ในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่ใช่แค่การเอนทรานซ์เท่านั้น มหาวิทยาลัยก็มีส่วนวัดความเป็นคนของสังคมไทยเช่นกัน สังคมไทยยึดถืออยู่ที่สถาบันกับระบบอุปถัมภ์ ว่าคนจะดีจะเก่งต้องเรียนที่จุฬาฯ ต้องเรียนธรรมศาสตร์ รองลงมาเกษตรศาสตร์ ศิลปากร มหิดล ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นวรรณะในสังคมอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว ทั้งๆสิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคือความรู้ความสามารถไม่ใช่ที่สถาบัน ซึ่งคนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยเอกชน เค้าอาจจะมีคุณภาพมากกว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเหล่านั้นด้วยซ้ำ

ซึ่งในปัจจุบันระบบ แอดมิตชั่น ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐจะได้ประโยชน์มากขึ้นมหาศาลจากการสอบตรง ซึ่งทำให้รับเด็กผ่านสวนกลางน้อยลง และเพิ่มจำนวนในการรับโควตาต่างๆ ที่นักเรียนต้องจ่ายค่าสมัครสอบจำนวนมาก รวมไปถึงค่าบำรุงต่างๆ ซึ่งตอนนี้ในมหาวิทยาลัยก็มีค่าบำรุงการศึกษาไม่ต่างกับเอกชนเท่าไหร่ รวมไปถึงปัญหาของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่สามารถผลักดันให้นักเรียนในโรงเรียนของตนไปสู่มหาวิทยาลัยได้มากขึ้นโดยการ "ปล่อยเกรดของเด็ก" เพื่อให้ GPA ที่ต้องใช้ในปีการศึกษาหน้าถึง 30% โดยที่ไม่มีระบบรองรับถึงความพร้อมของมาตรฐานของสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งมันอาจจะส่งผลเล็กในเรื่องของสภาพจิตใจ ของนักเรียน รวมไปถึงระบบที่ต้องผ่านกันมาเนิ่นนาน รวมไปถึงความเชื่อเรื่องความเป็นคนที่สมบูรณ์ผ่านระบบมหาวิทยาลัยดังๆของรัฐ แต่อาจจะเป็นผลดีในการกระจายนักเรียนไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆของรัฐซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ในทุกจังหวัดก็ว่าได้

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นนอกเหนือจากที่ทำให้จากการกระจายโอกาสเพื่อให้เด็กได้เรียนในคณะที่ตัวเองชอบ กลับกลายเป็นการทำให้เค้าได้เรียนในสิ่งที่เค้าต้องการ แต่ขาดแคลนประสบการณ์รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการพัฒนาศักยภาพในมุมมองของผู้ปกครอง ทำให้เป็นผลดีของมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับการศึกษาที่มีความพร้อมสำหรับการเรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แต่สิ่งที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไปทั้งหมด เพื่อที่จะขยายมุมมองของความคิดที่ว่า
“ถ้าไม่มีการเอนทรานซ์ จะทำให้มหา’ลัย เอกชนรวยขึ้น”
ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่เสียงกระซิบของคนคนหนึ่ง ที่ไม่มีผลสะท้อนอะไรกับสังคม
แต่ผมหวังว่าบทเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของวงดนตรีภูมิจิตทำให้ประวัติศาสตร์ของการคัดเลือกนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในระบบเอนทรานซ์ที่มานานกว่า 40 ปี ได้ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของระบบการศึกษาไทย



“วันต่อมาก็มีแสงแดดจ้า รอเวลาเพิ่อทราบผลสิ่งนั้นรอมาหลายวัน อยากให้ผลของมันเป็นดังใจ เป็นดังใจ เป็นดังใจ...”





วงดนตรีภูมิจิตปัจจุบันได้อยู่ในสังกัต TATA STUDIO มีผลงานรวมใน Compilation 2 ชุดคือ CODE:INDY [Compilation] ซึ่งมีเพลง “รอผล ent’”
และใน TATA TOMORROW ที่มีเพลง “New World Order” และ “เช้าที่ไม่ต่างไป”สามารถติดตามข้อมูลของวงดนตรีภูมิจิตและฟังเพลง “รอผล ent’ ” ได้ที่ http://www.myspace.com/poomjit


4/17/2550

W H A T A H E L L ? ?

ผมอยากจะเรียกบทความอันนี้ว่าคือความซวยของมนุษย์ชาติเสียจริง...

ที่จริงเรื่องมันเกิดขึ้นมา 2 วันแล้วแต่ผมอยากจะพิมฑ์เมื่อเรื่องราวทั้งหมดเริ่มคลี่คลาย
แล้วก็น่าจะเป็นวันนี้นะแหละครับที่ทุกอย่างมันเริ่มคลีคลาย เออ หรืออาจจะแค่เห็นภาพชัดขึ้นเท่านั้นก็เป็นไปได้อะนะ

เรื่องของเรื่องคือวันที่ 15 เมษายน วันสุดท้ายของเทศการสงกรานต์-สงคราม ของมนุษย์ชนชาติไทย ที่มีทำเนี้ยมในการแบกปืนขึ้นบ่าแล้วยิงน้ำใส่ผู้บริสุทธิ์จนวุ่นวาย แต่มันก็คงจะเป้นต้นเหตุของเรื่องราวนี้ด้วยนะแหละครับ ด้วยความที่ตัวผมเองก็มีงานภาราติดตัวอยุ่พอสมควรจนขี้เกียจจะไปเล่นสงกรานต์กับชาวบ้านชาวเมืองกันซักเท่าไหร่ อีกทั้งกระเบียบมากมายของรัฐที่ออกมาต่อต้านกระแสวัฒนธรรมใหม่อยุ่สม่ำเสมอทำให้ผู้ไม่อยากจะตกไปอยู่ในวงจรเหล่านั้น ก็เลยหนีตัวเองออกมาเดินซื้อกางเกงที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านปิ่นเกล้าที่ไม่มี McDonald

ด้วยความซวยของผม ผมสะพาบกระเป๋าที่มีกระใบ 2 ช่องคือช่องหน้ากับช่องข้างใน แล้วผมดันใส่ของมีค่าเอาไว้ตรงช่องข้างหน้าเกือบทั้งหมด แล้วมันเป็นเรื่องตลกตรงที่ทั้งกระเป๋าตังส์ รวมไปถึงiPOD ของผมมันดันอยู่ปกติที่เดิม แต่ที่หายไปนั้นมันคือโทรศัพท์มือถือเครื่องปัจจุบันที่ผมเอามาใช้ทำเพลงของ The Cellphone Tonix เนี้ยแหละครับที่หายไป ผมกลับไปหาที่สถานที่ที่คาดว่าจะเกิดเหตุแต่โทรศัพท์ผมมันหายสาบสูญไปแล้ว

วันรุ่งขึ้นผมไปที่โรงพักส.น.บางยี่ขัน (ซึ่งอยุ่ลึกมาก แบบว่าโห คิดได้นะว่าต้องอยู่ตรงนั้น) ไปแจ้งความโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมหาย เพื่อที่จะเอาใบแจ้งความไปให้กับศูนย์ AIS เพื่อทำ SIM ใหม่แต่ใช้เบอร์เดิม ทำให้ได้รู้ว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุไม่ใช่ผมคนเดียวที่ถูกก่อเหตุที่ห้างนั้น เพราะมีคนมาแจ้งความกับทาง ส.น. ก่อนหน้าผมแล้ว


ทำให้เป็นอุธาหรณ์ว่า สงกรานต์ไปเที่ยวบ้างก็ดีนะครับ!!!


:D
patzh





4/14/2550

STOP SYNDROMES !



นี่คือภาพโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรศ ที่กำกับโดยคุณ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง สุดเสน่หา, Iron Pussy และเจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศการภาพยนตร์เมืองคาห์น จากภาพยนตร์เรื่อง สัตว์ประหลาด คราวนี้เค้ากลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์ที่อุดมไปด้วยห่วงแห่งความทรงจำ "แสงศตวรรษ" ที่กำลังจะได้เข้าฉายในวันที่ 19 เมษายนนี้

แต่เรื่องราวกลับตาลปัต หลังจากที่กองเซนเซอร์ของไทย กลับบอกว่าทางภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดที่ต้องแกไขถึง 4 จุดนั่นคือฉากพระเล่นกีต้าร์ พระเล่นเครื่องล่อน หมอดื่มเหล้า และหมอจูบแฟนแล้วเกิดความผิดปกติที่เป้ากางเกง ทำให้เกิดข้อกังขาว่า อะไรคือบรรทัดฐานในการควบคุมและเซนเซอร์ภาพยนตร์ในแต่ละเรื่อง

ในฐานะของคนชมภาพยนตร์ ก็คงกล้าพูดว่าผมคงจะหมดสิทธิ์ที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ประเทศแม่ของผู้กำกับ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือการยึดฟิล์มที่เปรียบเสมือนดั่งลูกของคนทำหนังไป เพื่อที่จะพยายมตัดแขนขาออกให้เกิดความพิการ มาตรวัดทางศิลปะที่มีอยู่เพียงน้อยนิด กำลังใช้อำนาจในการตัดสินแทนความคิดของคนทั้งชาติ รวมไปถึงการที่ลักพาตัวภาพยนตร์ไปเพื่อที่จะตัดต่อสำเร็จความใคร่ในอำนาจของผู้ที่ขวักไขว่เพียงจุดเล็กๆของอุดมคติในภาพยนตร์ จนมิได้มองเห็นสิ่งที่เราๆได้เฝ้าเผชิญกันอยู่ทั่วไปตามท้องถนน

ศีลธรรมอันดี กับ วินัยสงฆ์
จรรยาบรรณของแพทย์ กับ การดื่มเหล้า
การมีอารมณ์ใคร่สิเนหา ของชายชาตรี

มันคงจะเป็นเรื่องแปลกเหลือเกิน

ที่เราไม่ได้ทำร้ายใคร มิได้ใคร่ที่จะทำความเสื่อมเสียให้กับใคร ต้องมาชำระด้วยการสำเร็จความใครให้ผู้ที่ใฝ่อำนาจ
ที่เอาเครื่องมือทางความทรงจำที่เปรียบดั่งลูกของคนที่เป็นพ่อมาย่ำยี

อย่าเอามาตรวัดความมีศีลธรรมโดยที่คุณยังเดินหา VCD ลามก อย่าอ้างศีลธรรมถ้าคุณยังเห็นพระเดินพันธ์ทิพย์ อย่าอ้างความเป็นหมอถ้าหากว่าหมอยังเป็นที่มีหัวใจ โปรดอย่าแอบอ้างใครมาสำเร็จความใคร่แทนตัวคุณ หยุดเสียเถิดกับโรคร้ายที่พวกคุณสร้างขึ้นมาในสังคมที่อุดมไปด้วยความจริง

ความทรงจำของเราแต่ละคนช่างไม่เหมือนกัน
แต่สิ่งที่เราเห็นในทุกวันนั่นคงไม่ต่างกัน

:D
แด่ แสงศตวรรษ

patzh

หมายเหตุ
- ร่วมลงชื่อแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องการเซนเซอร์ของไทยได้ที่
http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html
- ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวคราวต่างๆได้ที่
http://www.thaiindie.com/

A G A I N . . .

ผมเริ่มจะเบื่อตัวเองเหมือนกันแหละครับ
ที่เปลี่ยน blog บ่อยเหลือเกิน
แต่มันก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะของแบบนี้เราต้องลองผิดลองถูกกันบ้างหละครับ
แล้วก็หวังเล็กๆว่า blog อันนี้จะได้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แล้วถาวรซักทีนึง

ผมหวังว่าอย่างนั้นนะครับ
patzh
The Cellphone Tonix