รอผลเอนท์ครั้งสุดท้ายกับ "ภูมิจิต"
“ในกลางวันที่เต็มไปด้วยครึ้ม ฝน หนทางยาวไกลๆไปสู่จุดหมายหันหน้ามองดูผู้คนรอบกาย คงมีความมุ่งหมายไม่ต่างกัน”
นี่เป็นเนื้อเพลง “รอผล Ent’” ของวงดนตรีที่มีชื่อว่าภูมิจิตที่ถูกรวมไว้ใน CODE:INDY [Compilation] ที่ออกกับสังกัต Blacksheep ในช่วงปี 2548 ที่ได้สะท้องถึงอารมณ์ในห้วงของการรอคอยคำตอบของการตั้งใจศึกษาหาความรู้ มาตลอด 6 ปีในชีวิตมัธยม
การเอนทรานซ์หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่สมัยก่อนเป็นถึงการตัดสินชีวิต ชีวิตของคนว่า"จะดี จะเลว" กันไปเลย ขนาดมีคำพูดที่ว่า "เกิดเป็นคนต้องเอนท์ให้ติด เอนท์ไม่ติดก็ไม่ใช่คน" ทำให้กลายเป็นค่านิยมฝังใจคนไทยมาต่างๆ นานา ในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่ใช่แค่การเอนทรานซ์เท่านั้น มหาวิทยาลัยก็มีส่วนวัดความเป็นคนของสังคมไทยเช่นกัน สังคมไทยยึดถืออยู่ที่สถาบันกับระบบอุปถัมภ์ ว่าคนจะดีจะเก่งต้องเรียนที่จุฬาฯ ต้องเรียนธรรมศาสตร์ รองลงมาเกษตรศาสตร์ ศิลปากร มหิดล ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นวรรณะในสังคมอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว ทั้งๆสิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคือความรู้ความสามารถไม่ใช่ที่สถาบัน ซึ่งคนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยเอกชน เค้าอาจจะมีคุณภาพมากกว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเหล่านั้นด้วยซ้ำ
ซึ่งในปัจจุบันระบบ แอดมิตชั่น ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐจะได้ประโยชน์มากขึ้นมหาศาลจากการสอบตรง ซึ่งทำให้รับเด็กผ่านสวนกลางน้อยลง และเพิ่มจำนวนในการรับโควตาต่างๆ ที่นักเรียนต้องจ่ายค่าสมัครสอบจำนวนมาก รวมไปถึงค่าบำรุงต่างๆ ซึ่งตอนนี้ในมหาวิทยาลัยก็มีค่าบำรุงการศึกษาไม่ต่างกับเอกชนเท่าไหร่ รวมไปถึงปัญหาของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่สามารถผลักดันให้นักเรียนในโรงเรียนของตนไปสู่มหาวิทยาลัยได้มากขึ้นโดยการ "ปล่อยเกรดของเด็ก" เพื่อให้ GPA ที่ต้องใช้ในปีการศึกษาหน้าถึง 30% โดยที่ไม่มีระบบรองรับถึงความพร้อมของมาตรฐานของสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งมันอาจจะส่งผลเล็กในเรื่องของสภาพจิตใจ ของนักเรียน รวมไปถึงระบบที่ต้องผ่านกันมาเนิ่นนาน รวมไปถึงความเชื่อเรื่องความเป็นคนที่สมบูรณ์ผ่านระบบมหาวิทยาลัยดังๆของรัฐ แต่อาจจะเป็นผลดีในการกระจายนักเรียนไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆของรัฐซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ในทุกจังหวัดก็ว่าได้
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นนอกเหนือจากที่ทำให้จากการกระจายโอกาสเพื่อให้เด็กได้เรียนในคณะที่ตัวเองชอบ กลับกลายเป็นการทำให้เค้าได้เรียนในสิ่งที่เค้าต้องการ แต่ขาดแคลนประสบการณ์รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการพัฒนาศักยภาพในมุมมองของผู้ปกครอง ทำให้เป็นผลดีของมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับการศึกษาที่มีความพร้อมสำหรับการเรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แต่สิ่งที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไปทั้งหมด เพื่อที่จะขยายมุมมองของความคิดที่ว่า
“ถ้าไม่มีการเอนทรานซ์ จะทำให้มหา’ลัย เอกชนรวยขึ้น”
ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่เสียงกระซิบของคนคนหนึ่ง ที่ไม่มีผลสะท้อนอะไรกับสังคม
แต่ผมหวังว่าบทเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของวงดนตรีภูมิจิตทำให้ประวัติศาสตร์ของการคัดเลือกนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในระบบเอนทรานซ์ที่มานานกว่า 40 ปี ได้ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของระบบการศึกษาไทย
“วันต่อมาก็มีแสงแดดจ้า รอเวลาเพิ่อทราบผลสิ่งนั้นรอมาหลายวัน อยากให้ผลของมันเป็นดังใจ เป็นดังใจ เป็นดังใจ...”
วงดนตรีภูมิจิตปัจจุบันได้อยู่ในสังกัต TATA STUDIO มีผลงานรวมใน Compilation 2 ชุดคือ CODE:INDY [Compilation] ซึ่งมีเพลง “รอผล ent’”
และใน TATA TOMORROW ที่มีเพลง “New World Order” และ “เช้าที่ไม่ต่างไป”สามารถติดตามข้อมูลของวงดนตรีภูมิจิตและฟังเพลง “รอผล ent’ ” ได้ที่ http://www.myspace.com/poomjit
